OUR HISTORY

ประวัติความเป็นมา

มากกว่า 50 ปี แห่งความเชี่ยวชาญในธุรกิจข้าวไทย

โรงสีการพานิชเริ่มต้นธุรกิจด้วยความตั้งใจในการผลิตและจำหน่ายข้าวสารที่มีคุณภาพ ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี

เราได้สั่งสมประสบการณ์ ความรู้ และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง

จากจุดเริ่มต้นของธุรกิจโรงสีขนาดเล็ก วันนี้เราเติบโตสู่ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวสารที่สามารถตอบสนองความต้องการ

ของตลาดได้อย่างหลากหลาย ทั้งตลาดค้าส่ง ค้าปลีก ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร โรงแรม และตลาดต่างประเทศ

คลังสินค้าและการจัดส่งของโรงสีการพานิช

จากโรงสีเล็ก ๆ สู่ธุรกิจข้าวไทย

โรงสีการพานิชเริ่มต้นใน พ.ศ. 2514 โดยนายเซี้ยงและนางสมจิต การพานิช จากกิจการรับจ้างสีข้าวและรับซื้อข้าวจากเกษตรกรในพื้นที่ ธุรกิจพัฒนากำลังการผลิต คุณภาพข้าวสาร และการบรรจุสินค้าอย่างต่อเนื่อง ก่อนขยายจากตลาดในประเทศสู่การค้าผ่านผู้ส่งออกและช่องทางออนไลน์

ตลอดเส้นทางกว่า 50 ปี เรายึดมั่นในหลักการสำคัญ

  • ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า
  • คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน
  • พัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง
  • รักษามาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัย
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและคู่ค้า
  • ส่งมอบข้าวไทยคุณภาพสู่ผู้บริโภค

“จากอดีตจนถึงปัจจุบัน โรงสีการพานิชไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเติบโตของธุรกิจ แต่ยังมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพข้าวไทย และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน ภาพลักษณ์ของข้าวไทยให้ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับสากล”

OUR JOURNEY

กว่า 50 ปีแห่งการเติบโต

จากโรงสีชุมชนสู่การผลิตข้าวสารสำหรับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ผ่านหกช่วงเวลาของการพัฒนา

ระยะเริ่มต้นกว่า 5 ปีแรกของธุรกิจ

ผู้ก่อตั้ง: นายเซี้ยง และนางสมจิต การพานิช

ในปี พ.ศ. 2514 นายเซี้ยง การพานิช ได้เริ่มต้นธุรกิจเกี่ยวกับข้าวจากกิจการ

ขนาดเล็ก ด้วยความใกล้ชิดและความเข้าใจในวิถีชีวิตของชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่

ในช่วงเริ่มต้น ธุรกิจมุ่งให้บริการและดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้าวอย่างครบวงจร ได้แก่

  • รับจ้างสีข้าวให้กับชาวบ้าน
  • รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร
  • รวบรวมและค้าข้าวในพื้นที่
  • เรียนรู้และพัฒนาความเข้าใจด้านคุณภาพข้าวจากแหล่งผลิตจริง
  • สร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายกับเกษตรกรในชุมชน

ธุรกิจเริ่มต้นจากกิจการขนาดเล็ก โดยยึดหลักความซื่อสัตย์ ความขยัน และความเข้าใจในคุณภาพข้าวเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน

พ.ศ. 2514 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่เติบโตจากความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างโรงสี ชุมชน และเกษตรกร สู่การวางรากฐานความมั่นคงสำหรับการเติบโตในอนาคต

ระยะเวลา 10 ปีแห่งการสร้างความมั่นคงและขยายธุรกิจ ผู้สืบทอดธุรกิจรุ่นที่ 2: นายทรงยุทธ และนางวัลยา การพานิช

หลังจากวางรากฐานธุรกิจในช่วงแรก โรงสีเริ่มมีความมั่นคงมากขึ้นจากความเชื่อมั่นของเกษตรกร คู่ค้า และลูกค้า ส่งผลให้ธุรกิจสามารถก้าวเข้าสู่ช่วงของการพัฒนาและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลานี้ ธุรกิจยังคงมุ่งเน้นการรับซื้อข้าวเปลือกและการสีข้าว พร้อมพัฒนาระบบการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การเติบโตในช่วงนี้

  • เพิ่มปริมาณการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร
  • ขยายฐานลูกค้าและเครือข่ายการค้าข้าว
  • พัฒนาความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการคัดเลือกคุณภาพข้าว
  • เริ่มลงทุนด้านเครื่องจักรและกระบวนการผลิต
  • พัฒนาระบบการบริหารจัดการและเพิ่มกำลังการผลิต

จากกิจการรับจ้างสีข้าวขนาดเล็ก ธุรกิจเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นโรงสีที่มีระบบการบริหารจัดการที่ชัดเจน มีศักยภาพในการผลิตมากขึ้น และพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต

ช่วง พ.ศ. 2520 – 2529 จึงเป็นยุคแห่งการสร้างความมั่นคง พัฒนาศักยภาพ และวางรากฐานสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจในก้าวต่อไป

ระยะเวลา 10 ปีแห่งการพัฒนาสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม

ผู้บริหาร: นายทรงยุทธ และนางวัลยา การพานิช

พ.ศ. 2530 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจ เมื่อโรงสีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและสามารถขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น

ในช่วงเวลานี้ โรงสีสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึง กำลังการผลิต 150 ตันต่อวัน ภายใน 24 ชั่วโมง

การขยายกำลังการผลิตสะท้อนถึงศักยภาพของธุรกิจที่เติบโตขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นจากเกษตรกร คู่ค้า และตลาดการค้าข้าว

การพัฒนาและการเติบโตในยุคนี้

  • ขยายกำลังการสีข้าวและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
  • พัฒนาและลงทุนด้านเครื่องจักร
  • รองรับปริมาณข้าวเปลือกได้มากขึ้น
  • พัฒนาระบบการจัดซื้อและความร่วมมือกับเกษตรกร
  • เตรียมความพร้อมสู่ตลาดการค้าข้าวในระดับที่ใหญ่ขึ้น

จากการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจได้เปลี่ยนผ่านจากโรงสีท้องถิ่น สู่โรงสีที่มีศักยภาพด้านการผลิตในระดับอุตสาหกรรม

พ.ศ. 2530 จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการขยายกำลังการผลิต และการยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตในระดับที่กว้างขึ้น

ระยะเวลา 10 ปีแห่งการเปิดประตูสู่ตลาดต่างประเทศ
ผู้บริหาร: นายทรงยุทธ และนางวัลยา การพานิช
ในช่วง พ.ศ. 2540 ธุรกิจเริ่มขยายตลาดจากภายในประเทศสู่ตลาดที่กว้างขึ้น โดยเริ่มจำหน่ายข้าวผ่านบริษัทผู้ส่งออก และสร้างเครือข่ายทาง
pการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเริ่มเข้าสู่ระบบการค้าข้าวในระดับระหว่างประเทศ พร้อมเรียนรู้ความต้องการและมาตรฐานของตลาดต่างประเทศ
การเปลี่ยนแปลงสำคัญในยุคนี้
เริ่มจำหน่ายข้าวผ่านบริษัทผู้ส่งออก
ขยายตลาดและเครือข่ายการค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
เรียนรู้มาตรฐานและความต้องการของตลาดต่างประเทศ
พัฒนาคุณภาพสินค้าให้เหมาะสมกับตลาดส่งออก
เพิ่มประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศ
ช่วงเวลานี้ถือเป็นการสะสมประสบการณ์ ความรู้ และความเชี่ยวชาญด้านตลาดข้าวในระดับสากล เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การพัฒนาศักยภาพด้านการส่งออกของบริษัทในอนาคต
พ.ศ. 2540 จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปิดประตูสู่ตลาดต่างประเทศ และวางรากฐานสู่การเติบโตในตลาดข้าวระดับสากล

ระยะเวลา 15 ปีแห่งการยกระดับศักยภาพสู่การผลิตครบวงจร

ผู้บริหาร: นายทรงยุทธ และนางวัลยา การพานิช พ.ศ. 2550 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโรงสีการพานิช กับการปรับปรุงและขยายกิจการครั้งใหญ่ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการผลิต พัฒนาคุณภาพข้าวสาร และยกระดับระบบการบรรจุสินค้าให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การพัฒนาที่สำคัญ

1. ขยายระบบการสีและแปรรูปข้าวเปลือก เพิ่มประสิทธิภาพในการรับและแปรรูปข้าวเปลือก เพื่อรองรับปริมาณวัตถุดิบและความต้องการ

ในการผลิตที่เพิ่มขึ้น

2. พัฒนาระบบปรับปรุงคุณภาพข้าวสาร แยกกระบวนการสีและการปรับปรุงคุณภาพข้าวอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมคุณภาพสินค้า

3. เพิ่มกำลังการผลิต สามารถรองรับกำลังการผลิตได้ประมาณ 200 ตันต่อวัน ภายใน 24 ชั่วโมง

4. พัฒนาระบบการบรรจุสินค้าเพื่อรองรับตลาดส่งออก พัฒนาระบบการบรรจุสินค้าและการขนส่งด้วยตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อรองรับลูกค้าและ

คู่ค้าทางธุรกิจในหลากหลายตลาด ได้แก่

  • ตลาดภายในประเทศ
  • ตลาดต่างประเทศ
  • คู่ค้าทางธุรกิจ
  • ผู้ส่งออก
  • ตลาดค้าส่ง

ศักยภาพด้านการผลิตและการอบข้าว

ในช่วงการพัฒนาโรงงาน มีการเพิ่มศักยภาพของระบบการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตขึ้น

กำลังการอบข้าวเปลือกสูงสุดประมาณ 1,200 ตันต่อวัน

พร้อมศักยภาพด้านการผลิตและแปรรูปในระดับอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการดำเนินงานและความต้องการของตลาดในระยะยาว

จากการปรับปรุงและขยายกิจการครั้งสำคัญ ธุรกิจได้ยกระดับจากโรงสีแบบดั้งเดิม สู่ผู้ผลิตข้าวสารที่มีระบบการผลิต การควบคุมคุณภาพ

และการบรรจุสินค้าอย่างครบวงจร

พ.ศ. 2550 จึงถือเป็นยุคแห่งการยกระดับศักยภาพครั้งสำคัญ และวางรากฐานสู่การเป็นผู้ผลิตข้าวสารที่มีความพร้อม

ในระดับอุตสาหกรรม

ระยะเวลา 3 ปีแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัล

ผู้บริหารรุ่นที่ 3: นายธนัช การพานิช ผู้สานต่อและพัฒนาธุรกิจสู่ยุคใหม่

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจได้ปรับตัวและก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างจริงจัง จากเดิมที่มุ่งเน้นธุรกิจแบบ B2B การค้าส่ง และการจำหน่ายผ่านตัวแทนหรือคู่ค้าทางธุรกิจ สู่การขยายตลาดออนไลน์และการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงมากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลงและ

การเติบโตของธุรกิจ เพื่อให้สามารถเข้าถึงตลาดและผู้บริโภคทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงสำคัญในยุคดิจิทัล

  • ขยายตลาดสู่ช่องทางออนไลน์
  • จำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce
  • พัฒนาแบรนด์ข้าวสารให้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง
  • ใช้ Social Media เพื่อสร้างการรับรู้และความแข็งแกร่งของแบรนด์
  • พัฒนาการขายผ่าน Live Commerce
  • สร้างเครือข่ายผ่าน Affiliate Marketing
  • เข้าร่วมแคมเปญและกิจกรรมทางการตลาดออนไลน์
  • พัฒนาระบบการขนส่งและจัดส่งสินค้า
  • ขยายการเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศโดยตรง

จากเดิมที่โรงสีมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ผลิตและดำเนินธุรกิจผ่านเครือข่ายคู่ค้า ปัจจุบันธุรกิจได้ก้าวเข้ามาสื่อสาร เชื่อมต่อ และสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคโดยตรงมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นการยกระดับรูปแบบธุรกิจให้ก้าวทันเทคโนโลยี การตลาด และพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคใหม่

พ.ศ. 2566 – ปัจจุบัน คือ ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Rice Business จากโรงสีข้าวแบบดั้งเดิม สู่ธุรกิจข้าวที่เชื่อมต่อผู้ผลิต แบรนด์ และผู้บริโภคผ่านโลกดิจิทัล

วิสัยทัศน์และพันธกิจ

“ส่งต่อคุณค่าของข้าวไทยสู่ทุกครัวเรือนและตลาดทั่วโลก”

ส่งต่อคุณค่าของข้าวไทยสู่ทุกครัวเรือนและตลาดทั่วโลก พร้อมพัฒนามาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง

ผลิตสินค้าคุณภาพ

คัดสรรวัตถุดิบและควบคุมกระบวนการผลิตให้ได้คุณภาพสม่ำเสมอ

ดูแลความปลอดภัย

ให้ความสำคัญกับความสะอาดและการควบคุมทุกขั้นตอน

พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ประยุกต์ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และการจัดการที่เหมาะสม

ตอบโจทย์ลูกค้า

ดูแลคุณภาพสินค้า การบริการ และการจัดส่ง

ส่งเสริมข้าวไทย

ผลักดันคุณค่าข้าวไทยสู่ตลาดในประเทศและต่างประเทศ

แนวทางควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน

โรงสีการพานิชให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ตั้งแต่วัตถุดิบถึงสินค้าพร้อมจัดส่ง

แนวทาง GMP — หลักเกณฑ์การผลิตที่ดี

ดูแลสภาพแวดล้อม เครื่องจักร บุคลากร วัตถุดิบ และกระบวนการผลิต เพื่อให้สินค้าสะอาดและมีคุณภาพ

แนวทาง HACCP — วิเคราะห์และควบคุมความเสี่ยง

พิจารณาจุดเสี่ยงในกระบวนการผลิตอาหาร และวางมาตรการป้องกันเพื่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

ใส่ใจทุกขั้นตอน เพื่อข้าวทุกเม็ดที่มีคุณภาพ

กระบวนการผลิตตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบจนถึงการจัดส่ง

คัดเลือกวัตถุดิบ

เลือกข้าวเปลือกจากแหล่งผลิตที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์

ตรวจสอบคุณภาพ

ตรวจวัตถุดิบก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต

ผลิตและสีข้าว

ใช้เครื่องจักรและระบบที่เหมาะกับคุณภาพที่ต้องการ

คัดแยก

ตรวจคุณภาพและคัดสิ่งเจือปนในแต่ละขั้นตอน

บรรจุสินค้า

บรรจุภายใต้กระบวนการที่สะอาดและควบคุมคุณภาพ

จัดเก็บและจัดส่ง

ดูแลการเก็บรักษาและขนส่งอย่างเป็นระบบ